Monthly Archives:พฤษภาคม 2017

  • ฟ้าผ่านักเรียนตชด.บ้านแม่กลองใหญ่ จ.ตาก เจ็บ 18 ราย

    Post Image

     

    เกิดฟ้าผ่าใส่เด็กนักเรียนกว่า 20 คน ในอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เบื้องต้นทั้งหมดอาการปลอดภัย มีเพียง 1 คน ที่อาการสาหัส

    วันนี้ (23 พ.ค.) แพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก ช่วยกันรักษาเด็กนักเรียนชายหญิงประมาณ 20 คน ที่ถูกฟ้าผ่าจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งหมดเป็นนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บ้านแม่กลองใหญ่ ตำบลโมโกร อำเภออุ้มผาง เหตุเกิดประมาณ 15.00 น. ที่ผ่านมา ระหว่างฝนกำลังจะตก ได้มีฟ้าร้อง ก่อนจะเกิดฟ้าผ่าบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ ข้างอาคารเรียน เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโรงเรียน โดยฟ้าผ่าถูกนักเรียนที่กำลังนั่งเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

    ล่าสุด นายประทีบ โพธิ์เที้ยม นายอำเภออุ้มผาง ลงพื้นที่ตรวจสอบ และเยี่ยมนักเรียนที่โรงพยาบาลอุ้มผาง โดยส่วนใหญ่มีอาการปวดตามร่างกาย และมีรอยฟกช้ำ โดยมีผู้ป่วยแอดมิด 6 คน ในจำนวนนี้มีเพียงเด็กชายต้อง แช่ซ้ง นักเรียนชั้นประถามศึกษาปีที่ 6 ที่มีอาการสาหัส หูอื้อ ชาตามร่างกาย ขณะนี้แพทย์นำเข้ารักษาตัวในห้องไอซียูแล้ว

  • ตรวจสอบแก๊งลักปะการังจาน 1000 ปี ทะเลชุมพร

    Post Image

     

    เจ้าหน้าที่ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 ตรวจสอบ แก๊งลัก ปะการังจาน กว้างกว่า 5 เมตร หนัก 1000 กก. ทะเลชุมพร

    นายวรรณ ชาตรี ผอ.ส่วนสำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 ชุมพร ได้รับแจ้งจาก นางสาวเจียมจิตร สมสอน อายุ 54 ปี หรือ “ป้าเขียว” ผู้ประกอบการนำเที่ยวชุมชนชื่อ “กรีนนำเที่ยว” ตั้งอยู่เลขที่ 124 หมู่ 1 ตำบลปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ว่าปะการังจานขนาดใหญ่มีอายุนับพันปี อยู่ในถ้ำหน้าอ่าวกรวด บน เกาะเวียง ซึ่งเป็นจุดไฮไลท์สีสันของชุมชน ดึงดูดนักท่องเที่ยวถูกแก๊งค้าปะการังขโมยไปจากถ้ำดังกล่าว จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ

    ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นหมู่เกาะเวียงที่มีเกาะเล็ก เกาะน้อยอยู่ใกล้ๆ กันหลายเกาะ มีนักท่องเที่ยวมาดำน้ำดูปะการังอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงไปดำสำรวจยังจุดปะการังจานที่ถูกขโมยไปจากถ้ำดังกล่าวที่มีความกว้างกว่า 10 เมตร แต่บริเวณปากถ้ำมีช่องทางเข้า 3 ช่องทางกว้างช่องทางละ 1 เมตร เนื่องจากมีหินขนาดใหญ่ 2 ก้อนขวางปากถ้ำอยู่  เจ้าหน้าที่เข้าไปในถ้ำลึกประมาณ 10 เมตร ตรวจสอบพบมีร่องรอยการขุดเจาะตัดเอาปะการังจานออกไปจากโขดหินที่ใช้เป็นฐานยึดเกาะ มีเศษแตกหักตกหล่นอยู่จำนวนหนึ่ง

    เมื่อเจ้าหน้าที่สำรวจออกมาจนถึงทางออกหน้าถ้ำช่องทางขวาสุด ได้พบกับซากปะการังจานดอกขนาดขนาดใหญ่ถูกเคลื่อนย้ายมากองทิ้งไว้ที่จุดดังกล่าว ลักษณะแตกหักเป็นเสี่ยงๆ 3 ชิ้น คาดว่ากลุ่มบุคคลที่เข้ามาขโมยพยายามเคลื่อนย้ายปะการังจานซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า 5 เมตร และน้ำหนักประมาณ 1000 กิโลกรัม ออกไปจากปากถ้ำไม่ได้ เนื่องจากปากถ้ำมีความกว้างเพียง 1 เมตร จนแตกหักจึงทิ้งกองไว้บริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายออกไปเก็บไว้เป็นหลักฐานในจุดที่ปลอดภัย พร้อมกับรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อวางมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีกในอนาคต

  • เผยข้อพิรุธที่ ตม.เกาหลีใต้ไม่ไว้ใจ และปฏิเสธนักท่องเที่ยวไทย

    Post Image

     

    กรณีเกิดปัญหานักท่องเที่ยวไทยถูกทางการเกาหลีใต้ ปฏิเสธการเข้าเมืองเป็นจำนวนมาก  จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงหลักปฎิบัติของ ตม.เกาหลี ที่มีต่อนักท่องเที่ยวไทย จากข้อมูลในเดือนมีนาคม 2560 พบว่ามีคนไทยไปพำนักในเกาหลีใต้ 101,000 คน จำแนกเป็นผู้ที่พำนักเกินกำหนดวีซ่า 57,490 คนซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงมาก ด้านกระทรวงการต่างประเทศก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพยายามจะหารือในระดับรัฐบาล  เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา และไม่ให้กระทบกับคนไทยที่ตั้งใจเดินทางไปท่องเที่ยว

    จากปัญหาดังกล่าว sanook news!  มีโอกาสได้พูดคุยกับอดีตข้าราชการระดับสูง ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ผู้ที่เคยประสานงานกับ ตม.เกาหลีใต้ และมีโอกาสสัมผัสกับคนไทยหลายๆคนที่ถูกส่งตัวกลับ โดยพบว่าผู้ที่ถูกปฎิเสธ จะมีข้อพิรุธจนทำให้ทางการเกาหลีไม่ไว้ใจดังนี้

    1.ผู้ที่มีประวัติเปลี่ยนชื่อ หรือถือหนังสือเดินทาง 2 เล่ม แต่การสะกดชื่อไม่เหมือนกัน จะถูกตรวจสอบ และมีโอกาสไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ
    2.ภาพถ่ายในหนังสือเดินทางไม่เหมือนตัวจริง  อาจเป็นเพราะการแต่งหน้า หรือทำสีผม  เมื่อเจ้าหน้าที่สงสัยก็อาจถูกปฏิเสธการเข้าเมืองได้
    3.ผู้ที่เคยกระทำผิด หรือมีแบล็คลิส  ตม.เกาหลีจะเก็บประวัติไว้และปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น อาจจะ2 ปี หรืออาจจะถึง 5 ปี
    4.ผู้ที่ลักลอบมาทำงานร้านนวด และเกษตรกรรม ส่วนใหญ่จะเข้ามาพักอาศัยเกิน 90 วัน ซึ่งเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศเกาหลีใต้ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า เมื่อเดินทางออกจะถูกบันทึกข้อมูลไว้
    5.เกาหลี จะสงวนอาชีพนวดให้สำหรับคนตาบอดเท่านั้น  แต่คนไทยจำนวนมากลักลอบเข้ามาทำงานนวด  ซึ่งมีความผิด
    6.สามีภรรยาที่มีอายุห่างกันมากผิดปกติ  จะถูกจับตา  เช่น คู่สามีภรรยาที่เดินทางมาท่องเที่ยว แต่กลับพบว่าฝ่ายชายมีอายุ 50ปี ในขณะที่ฝ่ายหญิงอายุเพียง 30 ปี ก็จะเป็นที่สงสัยว่าเป็นการนำพาคนเข้ามาทำงาน และอาจจะถูกปฎิเสธ แม้จะมีเอกสารการจองโรงแรม และมีตั๋วเครื่องบินขากลับมาแสดงก็ตาม
    7.นักท่องเที่ยวที่มากับบริษัททัวร์ แต่ไม่เดินทางกลับตามกำหนดพร้อมคณะ โดยอาจจะอยู่นานเกินกว่าการท่องเที่ยวปกติ เช่น อยู่นานเป็นเดือน ซึ่งนอกจากผู้ลักลอบจะถูกบันทึกข้อมูลแล้ว บริษัททัวร์ก็อาจจะถูกเพ่งเล็ง หรือมีความผิดด้วย
    8.สื่อมวลชน หรือเจ้าหน้าที่ระหว่างองค์กร ที่เดินทางมาทำงาน หากมีการออกหนังสือในลักษณะประสานความร่วมมือกัน จะไม่สามารถเปลี่ยนตัวให้บุคคลอื่นให้เดินทางแทนได้   หากให้ผู้อื่นเดินทางมาแทน ผิดไปจากหนังสือที่ขออนุญาต จะมีความผิดทันที
    9.แรงงานที่เข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมายกับบริษัทที่ว่าจ้าง แต่ถูกชักชวนจากคนไทยด้วยกัน หรือจากคนเกาหลีใต้ ให้ย้ายสถานที่ทำงานไปอยู่อีกบริษัทหนึ่งซึ่งจ่ายเงินมากกว่า โดยคนๆนั้นอาจจะหนี หรือลาออกจากสถานที่ทำงานเดิม จะกลายเป็นแรงงานผิดกฏหมายเพราะถือว่าไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้

    จากข้อมูลทั้งหมด อดีตข้าราชการท่านนี้ยังฝากข้อคิดถึงแรงงานไทยว่า หากต้องการไปทำงานควรดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อจะได้รับสิทธิ์ตามกฏหมายแรงงาน การลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฏหมายของคนไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นจนทำให้ทางการเกาหลีใต้เกิดความไม่ไว้ใจ  และส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวชาวไทยด้วย

  • เด็ดจริงๆ! อุ้ม ลักขณา ควบชอปเปอร์ โชว์ลีลาเร่าร้อน

    Post Image

     

    ทำเอาหนุ่มๆ ซี๊ดปากกันเลยทีเดียว สำหรับลีลาเร่าร้อนของนักแสดงสาวทรงโต “อุ้ม ลักขณา” ในงานเปิดตัว “All Day All Night With T247” เพราะนอกจากเจ้าตัวจะลงทุนโชว์ความเซ็กซี่บนรถชอปเปอร์แบบจัดหนัก ทั้งเลื้อย ทั้งบิดแล้ว

    ในส่วนของเสื้อผ้าก็เรียกได้ว่า แซ่บเวอร์!!!!! ไม่น้อยหน้า โดยเฉพาะเสื้อสายเดี่ยวเปิดหลังตัวจิ๋ว ที่ดูยังไง…ยังไง ก็เซ็กซี่ชวนลุ้นซะเหลือเกิน

     

    สมแล้วกับที่เป็นเจ้าของตำแหน่งตัวแม่สาวเซ็กซี่เมืองไทย เพราะออกงานทีไรเป็นต้องสร้างความกระชุ่มกระชวยให้หัวใจหนุ่มๆ ตลอด