Monthly Archives:พฤศจิกายน 2016

  • วิธีแก้ปวดฟัน พิชิตได้ง่าย ๆ ทำแล้วสบาย ไม่ต้องทนปวด

    Post Image

    วิธีแก้ปวดฟัน พิชิตได้ง่าย ๆ ทำแล้วสบาย ไม่ต้องทนปวด

    วิธีแก้ปวดฟันเบื้องต้นด้วยตัวเอง หรือจะใช้สมุนไพรแก้ปวดฟันก็บรรเทาอาการปวดกวนใจให้หายได้

    อาการปวดฟัน ไม่ว่าเกิดขึ้นเมื่อไรก็สร้างความรำคาญใจให้กับคนที่ปวดได้เสมอจนต้องไปพึ่งยาแก้ปวดขนานใหญ่ ทว่าการใช้ยาแก้ปวดบางครั้งก็ไม่ได้ช่วยให้อาการดีขึ้น แล้วจะใช้วิธีไหนกันล่ะถึงจะช่วยให้ปวดฟันน้อยลงได้ วันนี้เราขอรวบรวมเอาวิธีแก้ปวดฟันง่าย ๆ ที่คุณทำได้ด้วยตัวเองมาฝาก จะได้ไม่ต้องนั่งหงุดหงิดกับอาการปวดฟันให้เสียการเสียงานกันอีกต่อไป

    ปวดฟัน เกิดจากอะไร ?

    อาการปวดฟัน เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับฟันทุกซี่ในช่องปาก ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีสาเหตุมาจากฟันผุ โดยอาการเริ่มแรกจะคล้ายกับอาการเสียวฟันแล้วจึงลุกลามกลายเป็นอาการปวดไปที่บริเวณใต้คางและศีรษะ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อรับประทานอาหารบางชนิดที่จะเข้าไปกระตุ้นแบคทีเรียตัวการฟันผุในช่องปากให้ปล่อยกรดออกมาทำลายเนื้อฟันจนลึกเข้าไปถึงโพรงประสาทฟันด้านใน ทั้งนี้อาหารส่วนใหญ่ที่ก่อให้เกิดอาการปวดมักเป็นของร้อน ของเย็น และของหวาน

    นอกจากนี้อาการปวดฟันยังอาจเกิดขึ้นได้จากการแตกหักของฟัน ฟันคุด หรือโรคเหงือก หรือเกิดจากการที่ฟันกำลังขึ้นใหม่ได้เช่นกัน ซึ่งอาการปวดฟันไม่สามารถหายไปได้เอง หากไม่ได้รับการรักษาที่ต้นเหตุโดยทันตแพทย์ แต่ก็สามารถบรรเทาอาการให้ปวดน้อยลงได้ในช่วงระยะหนึ่งก่อนที่จะไปพบแพทย์ค่ะ

    วิธีแก้ปวดฟัน บรรเทาอาการลงได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

    เมื่อเกิดอาการปวดฟันแล้ว สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงก็คงเป็นวิธีแก้ปวดฟันที่ได้ผลและช่วยลดอาการปวดได้อย่างเร็วที่สุดก่อนที่จะไปพบแพทย์ ซึ่งอาการปวดฟันสามารถบรรเทาลงได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

    ●  1. ประคบร้อนบริเวณซีกแก้มที่เกิดอาการปวดฟันด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น หรือจะเป็นกระเป๋าน้ำร้อนที่ใส่น้ำอุ่นจัดก็แล้วแต่สะดวก

    ●  2. ผสมเกลือป่น 1 ช้อนชากับน้ำต้มสุก 1 แก้วกาแฟ คนจนเกลือละลายแล้วนำมาบ้วนปากนาน 30 วินาที เกลือจะช่วยลดอาการเหงือกบวมและลดการอักเสบได้

    ●  3. แช่ใบชาดำหรือชาเปปเปอร์มินต์กับน้ำร้อนนาน 20 นาที จากนั้นรอจนน้ำชาอุ่น ๆ แล้วนำมาบ้วนปากสักพัก ใบชาเหล่านี้จะมีสรรพคุณลดอาการอักเสบและช่วยลดอาการเหงือกบวมจากฟันผุได้

    ● 4. บ้วนปากด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีความเข้มข้น 3% สักพัก ให้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุของอาการฟันผุ

    ● 5. หากอาการปวดฟันมีลักษณะปวดตุบ ๆ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อ ให้ประคบซีกแก้มที่เกิดอาการปวดฟันด้วยน้ำแข็งประมาณ 5-10 นาที ทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง ความเย็นจะช่วยลดอาการปวดและลดบวมลง

    ● 6. นวดกดจุดบรรเทาอาการปวดฟัน ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ชั่วคราว โดยมีวิธีดังนี้

    – นวดคลึงเบา ๆ ที่แก้มบริเวณเหนือฟันที่ปวด จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ชั่วคราว

    – ใช้น้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ กดและถู หรือหรือใช้มืออีกข้างนวดบริเวณง่ามมือระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ จะทำให้อาการปวดฟันทุเลาลง

    – สำหรับคนที่ปวดบริเวณกรามล่าง ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดบริเวณกระดูกขากรรไกรที่รองรับฟันล่าง ส่วนคนที่ปวดบริเวณกรามบนให้วางนิ้วหัวแม่มือ ตรงบริเวณส่วนกลางของหู แล้วลากนิ้วไปทางด้านหน้า จนกระทั่งถึงรอยบุ๋มใต้กระดูกประมาณหนึ่งนิ้วบริเวณหน้าใบหู จากนั้นกดแรง ๆ ประมาณ 10 นาที

    ● 7. ใช้ยา โดยยาที่สามารถบรรเทาอาการปวดฟันได้มี 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่

    – ยาแก้ปวด

    ยาแก้ปวดที่สามารถบรรเทาอาการปวดได้นั้นมีหลายชนิด โดยจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการปวด ซึ่งถ้าหากอาการไม่รุนแรงมากก็สามารถใช้ยาพาราเซตามอลได้ แต่ถ้าหากปวดในระดับปานกลางก็อาจจะต้องเปลี่ยนมาใช้ยาในกลุ่มออกฤทธิ์แก้ปวดอย่างแอสไพริน กรดมีเฟนนามิก ไอบูโพรเฟน เป็นต้น

    – ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย (ยาแก้อักเสบ)

    ยาในกลุ่มนี้จะถูกใช้ในกรณีที่มีอาการเหงือกบวมหรือเป็นหนองร่วมด้วย โดยยาที่ทันตแพทย์นิยมใช้ได้แก่ ยาอะม็อกซีซิลลิน ยากอีริโทรไมซิน หรือยาร็อกซีโทรไมซิน ซึ่งการใช้ยาจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของทันแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ เพราะฤทธิ์ของยาค่อนข้างรุนแรงและมักจะมีผู้ป่วยแพ้ยา โดยเฉพาะยาอะม็อกซีซิลลิน ดังนั้นก่อนนำยาแก้อักเสบมาใช้รักษาอาการปวดควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนจะดีที่สุดค่ะ

    สมุนไพรรักษาอาการปวดฟัน บรรเทาได้ด้วยของดีจากธรรมชาติ

    นอกเหนือจากวิธีแก้ปวดฟันข้างต้นแล้ว การใช้สมุนไพรบางชนิดก็สามารถบรรเทาอาการปวดฟันลงได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย โดยสมุนไพรที่สามารถบรรเทาอาการปวดฟันได้มีดังนี้ค่ะ

    1. กานพลู

    ในวงการทันตกรรม กานพลูถือเป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาอาการปวดฟันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะน้ำมันจากดอกกานพลูที่มีฤทธิ์เป็นยาชาซึ่งทันตแพทย์บางคนนำมาใช้ทดแทนยาชาที่มีฤทธิ์รุนแรงเพื่อความปลอดภัยของคนไข้ อีกทั้งน้ำมันกานพลูยังช่วยฆ่าเชื้อโรคที่เกิดขึ้นภายในช่องปากอีกด้วย วิธีใช้ก็ไม่ยากเพียงนำสำลีพันปลายไม้ชุบน้ำมันกานพลูแล้วนำไปจิ้มไว้ตรงบริเวณฟันที่ปวดสักครู่ก็จะช่วยให้อาการบรรเทาลง แต่ถ้าหากไม่มีน้ำมันกานพลูละก็ สามารถนำกานพลูมาอมไว้บริเวณที่ปวด หรือนำไปทุบแช่กับเหล้าขาว จากนั้นนำสำลีชุบเหล้าขาวมาอุดไว้ที่ตรงที่ปวดได้เช่นกัน

    2. ดาวเรือง

    ดอกดาวเรืองที่เราคุ้นเคยชนิดนี้มีดีมากกว่าแค่เพียงไว้ใช้ประดับให้สวยงามเท่านั้น เพราะถ้าหากนำดอกแห้ง 7-8 ดอกไปต้มกับน้ำในปริมาณที่พอเหมาะแล้วจิบทั้งวัน ก็สามารถลดอาการปวดฟันได้โดยไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวด อีกทั้งยังสามารถขับร้อนในร่างกายได้อีกด้วย

    3. เมล็ดผักชี

    เราอาจจะเคยได้ยินว่าการบ้วนปากด้วยน้ำเกลือบ่อย ๆ ลดอาการปวดฟันได้ นั่นเป็นเรื่องจริงค่ะ แต่ถ้าบ้วนบ่อยเกินไปอาจจะได้ผลเสียจากเกลือที่ผสมกับน้ำแทน เพราะในเกลือมีโซเดียมสูง ซึ่งไม่เป็นผลดีกับสุขภาพ ฉะนั้นขอแนะนำให้ลองนำเมล็ดผักชีไปต้มกับน้ำ แล้วนำมาบ้วนปากบ่อย ๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะได้รับโซเดียมมากเกินไป แถมยังบรรเทาอาการปวดฟันได้อีกด้วย ดีกว่าน้ำเกลือเยอะเลยเห็นไหมล่ะคะ

    4. ผักบุ้งนา

    ผักบุ้งนาที่เรานิยมนำมารับประทานเป็นผักเคียงกับอาหารอีสานจำพวกส้มตำ ก็ช่วยบรรเทาอาการแก้ปวดฟันได้เหมือนกัน โดยการนำรากของผักบุ้งนามาตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำผสมกับน้ำส้มสายชูเล็กน้อย แล้วนำมาอมไว้ประมาณ 5 นาที บ้วนออก และบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด จะรู้สึกได้เลยล่ะว่าอาการปวดฟันลดลง

    5. มะระ

    “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” จะใช้คำนี้กับมะระก็คงไม่ผิด เพราะนอกจากมะระจะมีฤทธิ์เย็นช่วยขับร้อนแล้ว ก็ยังสามารถนำรากมาใช้รักษาอาการปวดฟันได้ แค่เพียงนำรากสดมาตำให้พอแหลกแล้วนำมาพอกบริเวณซี่ฟันที่ปวด ใช้ลิ้นกดไว้สักครู่ใหญ่ จากนั้นคายออก อาการปวดฟันที่กวนใจก็จะบรรเทาลงค่ะ

    6. ว่านหางจระเข้

    ว่านหางจระเข้ สมุนไพรครอบจักรวาลที่สามารถรักษาอาการได้สารพัด ไม่เพียงแต่ช่วยสมานแผล หรือดับร้อนเพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถฆ่าเชื้อโรคและสลายพิษของเชื้อโรคได้ จึงไม่แปลกถ้าหากจะถูกนำมาใช้รักษาอาการปวดฟันเนื่องจากฟันผุ เพียงนำว่านหางจระเข้มาล้างยางออกให้หมด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เหน็บไว้บริเวณซอกฟันซี่ที่ปวด หรือจะนำสำลีพันปลายไม้จุ่มน้ำวุ้นของว่านหางจระเข้มาป้ายบริเวณที่ปวดก็สามารถบรรเทาอาการปวดได้ชั่วคราว จะได้ไม่ต้องทรมานก่อนที่จะไปพบทันตแพทย์ไงล่ะ

    7. น้ำมันกระเทียม

    นอกจากกระเทียมสดจะมีประโยชน์มากมายแล้ว น้ำมันกระเทียมก็ยังช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้ชั่วคราวอีกด้วย แค่เพียงนำสำลีชุบกับน้ำมันกระเทียมแล้วทาบริเวณที่ปวดฟัน ทิ้งเอาไว้สักครู่อาการก็จะลดลง แต่วิธีนี้จะช่วยบรรเทาอาการได้เพียงชั่วคราวเท่านั้นนะ

    ปิดความเห็น บน วิธีแก้ปวดฟัน พิชิตได้ง่าย ๆ ทำแล้วสบาย ไม่ต้องทนปวด
  • ดีเจพุฒ พุฒิชัย ยอมรับเมื่อก่อนมีนอกลู่นอกทาง

    Post Image

    ดีเจพุฒ พุฒิชัย ยอมรับเมื่อก่อนมีนอกลู่นอกทาง

    “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” ยอมรับ เมื่อก่อนมีนอกลู่นอกทาง ปัจจุบัน “จุ๋ย” คือ “ความสุขของผม”

    “ดีเจพุฒ พุฒิชัย เกษตรสิน” ซุป’ตาร์อันดับต้น ๆ ที่มีแฟนคลับอยู่ค่อนประเทศ มีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าผู้ชายคนนี้จะขยับตัวทำอะไรแต่ละทีต้องเป็นข่าวอยู่ตลอด และแน่นอนที่สุดว่าเรื่องหัวใจของผู้ชายคนนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เขาถูกจับตามอง

    เมื่อสบโอกาส รายการ “คลับ ฟรายเดย์ โชว์” จึงได้เชิญผู้ชายคนนี้ มาพูดคุยเปิดหัวใจเกี่ยวกับเรื่องราวของความรักในครั้งที่ผ่านๆ มาจนถึงความรักครั้งล่าสุดที่หลายๆ คนอยากรู้ ซึ่ง “พุฒ” ยินดีที่จะเล่าทุกเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นจากปากของเขาเองแบบไม่มีกั๊ก

    ดีเจพุฒ เปิดใจว่า “ตั้งแต่เข้าวงการมายอมรับว่ามีข่าวเกี่ยวกับตัวผมเยอะมากๆ แต่ข่าวที่หนักที่สุดคงเป็นข่าวเกี่ยวกับแฟนคลับที่เค้าคิดว่าเราไม่สนใจ แต่เหตุผลที่เลือกทำแบบนั้น ก็เพราะน้องๆ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ผมเป็นห่วงที่เขามาคอยตาม ซึ่งตอนนั้นมันก็ดึกมากแล้ว ถ้าเป็นเวลาปกติทุกคนก็รู้ว่าผมมีเวลาให้แฟนคลับตลอด”

    ส่วนเรื่องราวความรักครั้งที่ผ่านมากับแฟนนอกวงการ เวลาเขาไปทำงานแล้วต้องห่างกัน ยอมรับเลยว่าผมก็ไม่ใช่คนดี ก็มีนอกลู่นอกทางตามประสาผู้ชาย ทำให้เขาร้องไห้ ทุกวันนี้ยังรู้สึกผิดและเสียใจกับสิ่งที่ทำ มันเหมือนเป็นแผลอยู่ในใจ ช่วงที่มีปัญหาหนักๆ ก่อนที่จะตัดสินใจเลิกกัน ก็มีข่าวออกมาว่า “จุ๋ย” เป็นมือที่ 3 จริงๆ แล้วไม่ได้เกี่ยวกันเลย”

    “แต่เพราะตอนนั้นมีเล่นละครกับจุ๋ยพอดี แล้วมีข่าวคู่จิ้นเกิดขึ้น คนเลยเอาเรื่องไปโยงกันเอง แล้วคิดกันไปเอง”

    “ส่วนเรื่องของหัวใจตอนนี้ ที่มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่การที่เราคบกันก็ไม่ได้ไปทำร้ายใครหรือทำให้ใครเดือดร้อน ก็รอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ เพราะตอนนี้สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า “จุ๋ย” คือ ความสุขของผม”

    ปิดความเห็น บน ดีเจพุฒ พุฒิชัย ยอมรับเมื่อก่อนมีนอกลู่นอกทาง
  • หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ

    Post Image

    ยันต์ยอดนิยมหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ แม้ว่า”พระอุดมประชานาถ” หรือที่รู้จักกันดีในนาม “หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่นํ้านครชัยศรี จะมรณภาพไปแล้ว ๖ ปี (๓๐มิถุนายน ๒๕๔๕) แต่ สำนักสักยันต์วัดบางพระ ยังเป็นที่กล่าวขานของผู้ศรัทธาหลวงพ่อเปิ่น และงานหนึ่งอันเป็นที่รอคอยของเหล่าบรรดาลูกศิษย์คือ “วันไหว้ครูหลวงพ่อเปิ่น” ซึ่งถือว่า”เป็นการวัดพลังศรัทธา วันชุมนุมศิษย์หลวงพ่อเปิ่นจากทั่วสารทิศ” โดยในปีนี้จัดขึ้นใน วันเสาร์ที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๑ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๔หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ

    สำนักสักยันต์วัดบางพระ พระลูกศิษย์ของหลวงพ่อเปิ่นยังคงสืบทอดการสักยันต์ตามตำราไว้อย่างสมบูรณ์ มีอยู่ด้วยกัน ๕ รูป ซึ่งแต่ละรูปมีคำกล่าวขานของผู้สักยันต์กันไป คือ พระอาจารย์ประดิษฐ์กตปุญฺโญ หรือ อาจารย์แป้วน่าจะได้รับความนิยมจากลูกศิษย์มากสุดด้วยเหตุที่เริ่มสักยันต์ก่อนใคร แต่ถ้าต้องการลายยันต์ที่เรียกว่าสักสวยเส้นคมชัดลึกเป็นระเบียบเรียบร้อยต้องสักกับ พระอาจารย์อนันต์อภินนฺโท หรือหลวงพี่นันต์ สำหรับผู้ที่เน้นพุทธคุณด้านเมตตามหานิย ค้าขาย และไม่ต้องการให้ใครเห็นลวยลายยันต์ ต้องสักกับ พระอาจารย์ติ่งสนฺตจิตฺโต หรือหลวงพี่ติ่งเพราะท่านจะสักด้วยน้ำมันอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนผู้ที่เน้นพุทธคุณแนวแคล้วคลาดปลอดภัยนั้นต้องสักกับ พระอาจารย์ประสิทธิ์ธมฺมโชโต หรือหลวงพี่ต้อยหลานแท้ๆของหลวงพ่อเปิ่น ในขณะที่ พระอาจารย์อภิญญาคนุตฺตโม หรือหลวงพี่ญาก็ขึ้นชื่อว่ายันต์ที่สักแต่ละตัวเข้มขลัง มีพุทธคุณครอบจักราวาล

    “จำนวนลูกศิษย์ที่มาสักยันต์เพิ่มขึ้น มีเหตุปัจจัยหลายอย่าง อาทิ คนในสังคมปัจจุบันขาดกำลังใจ และเชื่อว่า อักขระเลขยันต์ของหลวงพ่อเปิ่น สามารถช่วยบรรเทาทุกข์ได้ รวมทั้งการเสนอข่าวของสื่อมวลชน คำเล่าขานของคนรุ่นก่อนๆ และการคมนาคมที่สะดวกขึ้น บางวันมีคนมาตั้งแต่ ๖ โมงเช้า สักยันต์ไปจนถึงมืดค่ำก็มี ถ้าเป็นวันเสาร์วันอาทิตย์ อาจจะเป็นร้อยคน เหตุที่คนสักมากขึ้น สภาพสังคมขาดที่พึ่งทางใจ สักแล้วจะทำให้ชีวิตดีขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเมตตามหานิยม คุ้มครองให้เกิดความปลอดภัย ค่าครู ๒๕ บาท ดอกไม้ธูปเทียน ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ส่วนนอกเหนือจากนี้ขึ้นอยูกับศรัทธา” นี่คือความเห็นของหลวงพี่ญาสำหรับยันต์ยอดนิยมนั้นหลวงพี่ญา บอกว่า คนนิยมการสักยันต์ เพราะบารมีของหลวงพ่อเปิ่นที่สะสมชื่อเสียงมาตลอด แม้ท่านจะมรณภาพมาแล้ว ๖ ปี ลูกศิษย์ยังเหนียวแน่นอยู่ ยันต์ที่ได้รับความนิยม เป็นทั้งยันต์ที่ขึ้นชื่อด้านเมตตามหานิยม และคงกระพันชาตรี โดยเฉพาะ ยันต์ครูของสำนักวัดบางพระ คือ ยันต์เก้ายอด แปดทิศ ยันต์งบน้ำอ้อย ยันต์เกาะเพชร ยันต์พุดซ้อน ส่วนรูปสัตว์นั้น เสือเผ่น ถือว่าได้ความนิยมสูงสุด ที่รองลงมาคือ หนุมานออกศึก ยันต์หนุมานอมเมือง

    สักยันต์ยอดนิยม วัดบางพระ ส่วนยันต์อื่นๆที่ได้รับความนิยมสักลดลงตามลำดับ คือ ยันต์หอมเชียง (พระพุทธ ๑๐๘ ) ยันต์สายสังวาลย์ ยันต์พ่อแก่ฤาษี ยันต์แม่ทัพ ยันต์ดำดื้อ ยันแดงดื้อ ยันต์เสือเผ่น ยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้า (หมวกเหล็ก) ยันต์นกสาลิกา ยันต์จิ้งจกสองหาง ยันต์องค์พระพุทธ ยันต์ราชสีห์ ยันต์เกราะเพชร ยันต์หมูทองแดง ยันต์ปลาไหล ยันต์ดอกบัว ยันต์พระราหู ยันต์พระเจ้าห้าพระองค์ ยันต์ลิงลม ยันต์พระเจ้าสิบหกพระองค์ ยันต์พญาหงษ์ ยันต์ไตรสรณคมน์ ยันต์หัวใจต่างๆ เป็นต้น คาถาอาคม พระคาถาบทต่างๆ

    “สักยันต์จากสำนักวัดบางพระ ใช่ว่าสักไปแล้วจะขลังมีพุทธเข้มขลังเสมอไป ทั้งนี้ต้องยึดหลักปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือ ๑.ศีล ๕ อย่าให้ขาด โดยข้อ ๓ ห้ามผิดลูกเขาเมียเขา เที่ยวซ่องโสเภณี ใครผิดข้อนี้ข้อเดียว พุทธคุณของยันต์ไม่แสดงปาฏิหาริย์ และต้องฝึกสมาธิอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้แล้วยังมีข้อห้ามสำหรับคนสักยันต์อีก คือ ๑.ห้ามผิดลูกเมียเขา ๒.ห้ามด่าบุพการี ๓.ห้ามกินน้ำเต้า มะเฟือง ๔.ห้ามลอดไม้ค้ำกล้วย ตะพานหัวเดียว ๕.ให้ถือศีล ๕ อย่างเคร่งครัด ทำแต่กรรมดี อุปเท่ห์ของผู้ที่สักยันต์จะต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ด้วยบุญญาธิการของบูรพาจารย์ คณาจารย์ที่ถ่ายทอดสู่ตัวของคนสักยันต์ ไม่ให้เสื่อมคลายความขลัง ต้องถือปฏิบัติในความดี ข้อห้ามต่างๆ ที่มีมาในสมัยโบราณอย่างที่เรียกว่า คนดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผีคุ้ม ปกป้องกันภัย เป็นข้อเตือนสติให้ตระหนักถึงผลกรรมดี กรรมชั่ว” หลวงพี่ญา กล่าว

    ครูประชุมโพธิสวรรค์ ประชาสัมพันธ์วัดบางพระบอกว่า ปัจจุบันนี้พระที่สักยันต์มี ๕ รูป ซึ่งสักมาตั้งแต่สมัยที่หลวงพ่อเปิ่นยังมีชีวิตอยู่ ส่วนในวันไหว้ครูที่มีทั้งพระและฆราวาสมาสักยันต์ให้ลูกศิษย์จำนวนมากนั้น เป็นพระจากวัดอื่น ที่เคยสักยันต์กับหลวงพ่อเปิ่น ซึ่งเท่าที่ทราบหลังจากหลวงพ่อเปิ่นมรณภาพ พระเหล่านี้ได้ไปเปิดสำนักยันต์เองจำนวนมาก พระนอกวัดที่มาสักยันต์ในวันไหว้ครู ส่วนใหญ่คุ้นเคยเคยกับพระที่สักยันต์ในวัดทั้ง ๕ รูป อยู่แล้ว ทั้งนี้จะสักเพราะวันไหว้ครูเท่านั้น พระจะควบคุมกันเอง คงไม่มีพระรูปใดที่ไม่รู้จัก แล้วมาสักยันต์เอง ส่วนใหญ่จะบอกว่า ได้รับการครอบครูจากหลวงพ่อเปิ่น ส่วนจะเท็จจริงประการใด วัดไม่ได้ตรวจสอบ ขึ้นอยู่กับความเชื่อและความศรัทธาของลูกศิษย์

    ยันต์ต้นแบบของวัดวัดบางพระมีไม่กี่ยันต์ตามตำรับหลวงพ่อหิ่มอาจารย์ของหลวงพ่อเปิ่นมีไม่กี่ยันต์ เช่น ยันต์ 9 ยอด ยันต์ 8 ทิศ ยันต์งบน้ำอ้อย ยันต์เกราะเพชร ยันต์พุดซ้อน ในสมัยหลวงพ่อหิ่มรูปสัตว์ไม่มีเลย ยันต์รูปสัตว์เพิ่งมีในสมัยหลวงพ่อเปิ่น เช่น ยันต์เสือเผ่น ยันต์ลิงลม ยันต์หนุมาน ยันต์สาลิกา จิ้งจก ปลาไหล

    หลังจากสิ้นหลวงพ่อเปิ่นมียันต์รูปสัตว์เพิ่มขึ้นอีกมากมาย เช่น พ่อแก่ ดำดื้อ คางคก ยันต์เหล่านี้เกิดมาจากลูกศิษย์ที่อยากจะได้ เอาแบบมาให้พระสักยันต์ จึงกลายเป็นว่า เป็นของวัดบางพระ โดยปริยาย ในกรณีการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกศิษย์ที่มาร่วมไหว้ครูประจำปีนั้น ครูประชุม บอกว่า ถ้าเป็นผู้ใหญ่จะสักเพื่อคงกระพัน สักเพื่อแคล้วคลาดปลอดภัย และสักเพื่อเป็นเมตตมหานิยม ทั้งนี้จะได้รับการครอบครูจากหลวงพ่อเปิ่นโดยตรง คนกลุ่มนี้จะมาด้วยพลังศรัทธา เชื่อมั่นในเรื่องยันต์หลวงพ่อเปิ่น ในขณะที่วัยรุ่นส่วนใหญ่มาตามกระแสนิยมมากกว่ามาด้วยพลังศรัทธา ทำให้คนมาร่วมงานเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี ซึ่งแต่ปีที่จัดงานก็ไม่เคยเกิดการทะเลาะวิวาท ระหว่างลูกศิษย์ด้วยกัน เพราะวัดได้ประกาศออกไปว่า เป็นงานของลูกศิษย์ทุกคน ไม่ใช่งานของวัด เพราะฉะนั้น หากเกิดเหตุใดๆ ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ถ้าเกิดเรื่องใดๆ ระหว่างพิธีผู้สียหาย คือ ลูกศิษย์ทุกคน

     

    ปิดความเห็น บน หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ